ผลการค้นหา : 10 รายการ

วิธีการใช้งานคำสั่งเสียง Far-Field Voice

15 ม.ค. 2568 - 2 ขั้นตอนการตั้งค่าการสั่งงานด้วยเสียง (Google Assistant) เพื่อรองรับภาษาไทย บนกล่อง TrueID TV Gen 3 ขั้นตอนที่1: การติดตั้ง Google Home แอปพลิเคชัน โดยดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store (สำหรับ Android) หรือ App Store (สำหรับ iOS) ขั้นตอนการตั้งค่า 1. เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกหน้าจอ Welcome home จะปรากฏขึ้น ให้กดปุ่ม “Get Started” จากนั้นเลือกบัญชี Google เพื่อเข้าใช้งาน กด “I agree” เพื่อยอมรับเงื่อนไข และเลือก “+ Create home” 2. ตั้งชื่อ Home nickname ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากนั้นกด Next แล้วกรอกที่อยู่ หากต้องการข้ามขั้นตอนนี้ สามารถกด Skip และเลือก “Continue anyway” 3. เลือกชื่อ home ที่ตั้งไว้ แล้วกด Next ที่หน้า Welcome to new Google Home เลือก Next จากนั้นเลือก Assistant และกด Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า 4. ที่หน้า Settings แตะที่เมนู “Google Assistant” และเลือก Manage all Assistant settings จากนั้นเลือก Languages 5. เลือก “Add a language” แล้วเลือก ภาษาไทย จากนั้นกดเครื่องหมาย “<” ขั้นตอนที่2: การตั้งค่าการสั่งงานด้วยเสียงระยะไกล บนกล่อง TrueID TV Gen 3 หลังจากตั้งค่า Google Home แอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ให้ตั้งค่าการสั่งงานด้วยเสียงระยะไกล (Far-Field Voice) บนกล่อง TrueID TV Gen 3 เพื่อใช้งานโดยไม่ต้องใช้รีโมท ขั้นตอนการตั้งค่า 1. ลงชื่อเข้าใช้งานด้วยบัญชี Google หลังจากนั้นกด Sign In 2. เปิดใช้งาน Google Assistant 3. ตั้งค่าภาษาของอุปกรณ์ โดยเข้าไปที่เมนูตั้งค่า (Settings) ไปที่เมนู Device Preferences เลือกเมนู Language 4. เปิดการเข้าถึงไมโครโฟน โดยเข้าไปที่เมนูตั้งค่า (Settings) ไปที่เมนู Device Preferences เลือกเมนู Microphone Access และเลื่อนเปิดเป็น On 5. กดปุ่ม ไมโครโฟน บนรีโมทเพื่อเปิดใช้งาน Google Assistant 6. ทดสอบการใช้งาน Google Assistant เป็นภาษาอังกฤษ โดยเริ่มต้นด้วยพูดคำทักทาย เช่น “Hey Google” หรือ “Ok Google” หน้าจอจะแสดงคำแนะนำที่ด้านล่าง จากนั้นถามคำถาม เช่น "How's the weather today?" เพื่อทดสอบการทำงานของ Google Assistant

วิธีสร้างสรรค์บทความให้ตรงและติด SEO กันได้ยอดวิวง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน

08 ส.ค. 2566 - TrueID Creator วันนี้ ทีมบรรณาธิการมีทริคเด็ด ๆ สั้น ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ทุกคนกัน กับการสร้างสรรค์บทความของคุณ ให้ติด SEO แบบง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น พร้อมกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ตามแอดมาเลยจ้า ขั้นตอนที่ 1 : ชื่อเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ แน่นอนว่าหัวข้อเรื่องก็เสมือนประตูบ้านอย่างหนึ่งที่จะแสดงให้เห็นว่าน่าเข้าไปภายในบ้านหรือไม่ การตั้งชื่อเรื่องบทความของคุณเองก็เช่นกัน แต่เราจะทำยังไงให้ชื่อบทความเราติด SEO บน Google ได้ สิ่งแรกเราต้องทำการค้นหาว่าคำค้นหาหลักของเราคืออะไร เช่น เราจะเขียนบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนว่า คำค้นหาหลักคือ เชียงใหม่ ท่องเที่ยว เราจะใช้ 2 คำนี้ในชื่อบทความ และย่อยลงมาคือคำที่น่าสนใจ เช่น ปักหมุด, แจกวาร์ป, พิกัดเด็ด, ไม่ไปไม่รู้, พิกัดลับ เป็นต้น คำกลุ่มนี้จะเป็นคำที่สร้างความน่าสนใจให้ผู้อ่านอยากกดเข้ามาอ่านบทความของคุณเอง **ค้นหาจาก Google จะสามารถเห็นตัวช่วยคำค้นหาอื่น ๆ นั่นแหละคือ คำที่เราสามารถนำมาใช้ประกอบชื่อบทความได้เลย ภาพด้านบนก็คืออีกตัวช่วยหนึ่งในการตั้งชื่อบทความ นั่นคือ Related Search คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคำหลักที่เราค้นหา เพียงเท่านี้ ขั้นตอนแรก เราก็สามารถตั้งชื่อบทความให้ตรงกับ SEO ได้แล้ว เช่น "ปักหมุด 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ หน้าฝน บรรยากาศสุดฟิน ธรรมชาติสุดเลิศ" ขั้นตอนที่ 2 : ย่อหน้าแรกของบทความ สำคัญมาก ขั้นตอนที่ 2 นี้ ไม่ควรลืมอย่างยิ่งเลย ไม่อย่างงั้นตกม้าตายแน่นอน ในย่อหน้าแรกของบทความของคุณ ควรมีคำค้นหารวมถึงแกนหลักของบทความอยู่ในย่อหน้าแรกอีกด้วย เราจะทำบทความที่เที่ยวเชียงใหม่ ย่อหน้าแรกควรมีคำว่า ที่เที่ยว และเชียงใหม่ประกอบในย่อหน้าแรกของบทความ ข้อนี้มีตัวช่วยอย่าง Google Trend ใช้ประกอบว่าเทรนด์ตอนนี้ของคำค้นหาที่เราจะใช้เป็นอย่างไร ตามภาพด้านล่าง จะเห็นว่าคำว่าเชียงใหม่ มีกราฟที่ขึ้น ๆ อยู่ เหมาะที่จะสร้างสรรค์บทความเชียงใหม่แน่นอน อีกตัวช่วยใน Google Trend คือคำที่เกี่ยวข้อง จะแสดงผลให้เห็นว่าคำไหนที่ประกอบเชียงใหม่มาแรงแค่ไหน อันดับ 1 เลย ที่เที่ยวเชียงใหม่หน้าหนาว 3 คำประกอบนี้ มีการค้นหามาแรงถึง 300% เลยทีเดียว (ภาพประกอบค้นหาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563) ขั้นตอนที่ 3 : ไฟล์ภาพต้องเปลี่ยน งง ใช่ไหม หมายถึงอย่างไร ข้อนี้ขอบอกว่

5 วิธีแก้ไขหากพบ "ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต" บนหน้าจอกล่องทรูไอดี ทีวี

03 ส.ค. 2566 - 5 วิธีแก้ไขหากพบการแจ้งเตือน "ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต" บนหน้าจอกล่องทรูไอดี ทีวี หากพบปัญหาขณะรับชมกล่องทรูไอดี ทีวี โดยมีการแจ้งเตือนว่า "ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต" เราขอแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเพียง 5 วิธีง่ายๆ ลูกค้าสามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เสียเวลารอคอยและเสียอรรถรสในการรับชม 5 วิธีแก้ไขเบื้องต้น ดังนี้ วิธีที่ 1 ปิด-เปิด กล่องทรูไอดี ทีวี และตรวจสอบว่าเป็นเวอร์ชันอัปเดตแล้ว วิธีที่ 2 ปิด-เปิด หรือดึงปลั๊กไฟเราเตอร์อินเทอร์เน็ต วิธีที่ 3 ตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนกล่องทรูไอดี ทีวี ด้วยรีโมททีวี หรือสามารถดูวิธีการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง คลิก วิธีที่ 4 ตรวจเช็กสาย HDMI ที่เชื่อมทีวี กับกล่องทรูไอดีทีวี วิธีที่ 5 ตรวจเช็กสาย LAN ที่เชื่อมเราเตอร์ กับกล่องทรูไอดีทีวี (กรณีลูกค้าใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN แทนการใช้สัญญาณ WiFi) นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบและเปลี่ยนสัญญาณ WiFi เป็น​ 5G ที่กล่องทรูไอดี​ ทีวี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับชม และช่วยแก้ไขปัญหาภาพกระตุก ภาพไม่ชัด​ หรือค้าง ช้า​ คลิก

5 วิธีแก้ปัญหาสัญญาณภาพและเสียงบนกล่องทรูไอดี ทีวี

03 ส.ค. 2566 - 5 วิธีแก้ปัญหาสัญญาณภาพและเสียงบนกล่องทรูไอดี ทีวี หากพบปัญหาขณะรับชมกล่องทรูไอดี ทีวี เช่น มีเสียงแต่ไม่มีภาพ หรือ มีภาพแต่ไม่มีเสียง เราขอแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญานภาพเเละเสียง เมื่อเกิดปัญหาระหว่างการใช้งานกล่องทรูไอดี ทีวี เพียง 5 วิธีง่ายๆ ลูกค้าสามารถเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เสียเวลารอคอย และเสียอรรถรสในการรับชม 5 วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น ดังนี้ ตรวจสอบสัญญาณบนเราเตอร์อินเทอร์เน็ต ว่าอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน ตามรูป วิธีที่ 1 ปิด-เปิด กล่องทรูไอดี ทีวี และตรวจสอบว่าเป็นเวอร์ชันอัปเดตแล้ว วิธีที่ 2 ปิด-เปิด หรือดึงปลั๊กไฟเราเตอร์อินเทอร์เน็ต วิธีที่ 3 ตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนกล่องทรูไอดี ทีวี ด้วยรีโมททีวี หรือสามารถดูวิธีการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง คลิก วิธีที่ 4 ตรวจเช็กสาย HDMI ที่เชื่อมทีวี กับกล่องทรูไอดีทีวี วิธีที่ 5 ตรวจเช็กสาย LAN ที่เชื่อมเราเตอร์ กับกล่องทรูไอดีทีวี (กรณีลูกค้าใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN แทนการใช้สัญญาณ WiFi) นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบและเปลี่ยนสัญญาณ WiFi เป็น​ 5G ที่กล่องทรูไอดี​ ทีวี​ คลิก หากบทความนี้เป็นประโยชน์ คลิก “ใช่” หรือ หากควรปรับปรุงบทความนี้ คลิก “ไม่” ระบบจะนำท่านสู่การช่วยเหลือเพิ่มเติมค่ะ

วิธีตรวจสอบความแรงและคุณภาพสัญญาณ WiFi ที่กล่องทรูไอดี ทีวี

27 มิ.ย. 2566 - วิธีตรวจสอบความแรงและคุณภาพสัญญาณ WiFi ที่กล่องทรูไอดี ทีวี ลูกค้าสามารถตรวจสอบความแรงและคุณภาพสัญญาณ WiFi ที่กล่องทรูไอดี ทีวีในเบื้องต้น เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพการรับชม และเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เช่น​ รับชมรายการสดแล้วภาพกระตุก ภาพไม่ชัด​หรือค้างช้า​ การตรวจสอบสัญญาณ WiFi ลูกค้าสามารถเลือกวิธีการตรวจสอบสัญญาณ WiFi ได้ 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 ตรวจสอบผ่านรีโมท 1.1 ขณะที่รับชมทีวี กดปุ่ม Guide ที่เมนูค้างไว้ ประมาณ 8 วินาที 1.2 หน้าจอจะแสดงคุณภาพสัญญาณที่รับชมขณะนั้น มาให้ หากสัญญาณปกติจะแสดงข้อความว่า “ยอดเยี่ยม” (Excellent) วิธีที่ 2 ตรวจสอบด้วยตนเอง 2.1 กดไปที่เมนู การตั้งค่า (Setting) แล้วเลือก เครือข่ายและอินเตอร์เน็ต (Network & Internet) จากนั้นกด OK ที่สัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น 2.2 ตรวจสอบความแรงและคุณภาพสัญญาณที่เมนู ความแรงสัญญาณ (Signal strength) หากสัญญาณปกติ จะแสดงข้อความว่า “ยอดเยี่ยม” (Excellent) 2.3 ตรวจสอบที่เมนู เครือข่ายและอินเตอร์เน็ต (Network & Internet) แล้วเลือกสถานะอินเตอร์เน็ต (Internet Properties) หน้าจอจะแสดงค่าความแรงของสัญญาณ WiFi หรือ RSSI ค่า RSSI แสดง **ยิ่งมีค่าติดลบน้อย (ใกล้ 0) คุณภาพสัญญาณยิ่งดี** 0 ถึง -70 (สีเขียว) สัญญาณดีมาก -71 ถึง -79 (สีเหลือง) สัญญาณดีปานกลาง -80 หรือต่ำกว่า (สีแดง) สัญญาณไม่ดี หมายเหตุ: ค่า RSSI ที่มากหรือน้อยอาจขึ้นอยู่กับ ระยะห่าง จุดวาง และสิ่งกีดขวาง หากพบค่าสัญญาณ -80 หรือต่ำกว่า แนะนำติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น True Gigatex Mesh WiFi เพื่อประสิทธิภาพการรับชมที่ดียิ่งขึ้น คลิก 2.4 นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมที่เมนู การตั้งค่า (Setting) แล้วไปที่ ตรวจสอบเบื้องต้น (System health check) หากหน้าจอแสดงสีเขียว หรือ “ผ่าน” (Passed) แสดงว่าสัญญาณ WiFi ที่ใช้รับชมปกติ หมายเหตุ​ : หากลูกค้าลืมรหัส​ Password ของกล่อง​ WiFi สามารถติดต่อผู้ให้บริการสัญญาณ​ WiFi นั้นๆได้​ และสำหรับลูกค้า​ True​ Online คลิกที่นี่ ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบแล้ว หากพบปัญหาค่าสัญญาณไม่ดี ไม่แสดงสีเขียว หรือไม่แสดง “ยอดเยี่ยม” ลูกค้าสามารถเปลี่ยนสัญญาณ WiFi เป็น 5G

วิธีตรวจสอบและเปลี่ยนสัญญาณ WiFi เป็น​ 5G ที่กล่องทรูไอดี​ ทีวี​

26 มิ.ย. 2566 - วิธีตรวจสอบและเปลี่ยนสัญญาณ WiFi เป็น​ 5G ที่กล่องทรูไอดี​ ทีวี​ การเปลี่ยนสัญญาณ WiFi เป็น 5G เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรับชมผ่านกล่องทรูไอดี ทีวี และช่วยแก้ไขปัญหาการรับชมเบื้องต้น​ เช่น​ รับชมรายการสดแล้วภาพกระตุก ภาพไม่ชัด​ หรือค้างช้า​ วิธีการเปลี่ยนการเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi เป็น 5G เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับชม 1. กดที่เมนู การตั้งค่า (Setting) ที่มุมขวามือบน 2. เลือก เครือข่ายและอินเตอร์เน็ต (Network & Internet) 3. ทำการตรวจสอบเครือข่ายที่ใช้งานได้ (Available Networks) ก่อน โดยดูได้จากชื่อสัญญาณที่ปรากฏบนหน้าจอ 4. หากเดิมจับสัญญาณ WiFi 2G หรือ WiFi 2.4G ให้สลับเปลี่ยนเป็น WiFi 5G โดยกดเลือกไปที่ ดูทั้งหมด (See all) แล้วเลือก เชื่อมต่อ WiFi 5G แทน 5. เลือกชื่อ สัญญาณ WiFi 5G ภายในบ้าน ตามชื่อที่ได้ตั้งค่าไว้ หมายเหตุ : ชื่อสัญญาณ WiFi แต่ละสถานที่อาจจะไม่เหมือนกัน รวมถึงชื่อสัญญาณ WiFi 2G หรือ WiFi 2.4G 6. ใส่รหัส​ Password ของกล่อง​ WiFi ที่ตั้งค่าไว้ 7. เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ หน้าจอจะขึ้นว่า Connected sucessfully 8. ตรวจสอบโดยดูที่ชื่อสัญญาณ WiFi 5G ที่ปรากฏที่หน้าจอ การยกเลิกการเชื่อมต่อ สัญญาณ WiFi 2G หรือ WiFi 2.4G เราแนะนำให้ลูกค้าทำการยกเลิกการเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi 2G หรือ WiFi 2.4G เพื่อให้อุปกรณ์เลือกรับสัญญาณ WiFi 5G เท่านั้น 1. เข้าไปที่ เครือข่ายและอินเตอร์เน็ต (Network & Internet) แล้วกดเลือกสัญญาณ WiFi 2G หรือ WiFi 2.4G ตามที่ปรากฏบนหน้าจอ 2. กด Forget Network เพื่อยกเลิกสัญญาณ 3. ตรวจสอบสัญญาณ WiFi ที่เชื่อมต่อแล้ว โดยเข้าไปที่ เครือข่ายและอินเตอร์เน็ต (Network & Internet) 4. ชื่อสัญญาณ WiFi 5G ปรากฏที่หน้าจอ เมื่อเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi 5G เรียบร้อย สามารถเปิดรับชมรายการทีวีตามต้องการ หากลูกค้าลืมรหัส​ Password ของกล่อง​ WiFi สามารถติดต่อผู้ให้บริการสัญญาณ​ WiFi นั้นๆได้​ และสำหรับลูกค้า​ True​ Online คลิกที่นี่ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบความแรงและคุณภาพสัญญาณ WiFi คลิกที่นี่ ความแรงและคุณภาพสัญญาณ WiFi ควรมีค่าความแรงของสัญญาณ (RSSI) อยู่ที่ 0 ถึง -70 (ลบ 70) ซึ่งจะแสดงสีเขียว หรือ “ยอดเยี่ยม” (Excellent) หมายถึงสัญญาณ WiFi ดีมาก หากบทความนี้เป็นประโยชน์ คลิก “ใช่”

วิธีตั้งค่าการใช้งานคำสั่งด้วยเสียงของรีโมทกล่องทรูไอดี ทีวี

20 เม.ย. 2566 - วิธีตั้งค่าการใช้งานคำสั่งด้วยเสียงของรีโมทกล่องทรูไอดี ทีวี มีวิธีการตั้งค่า ดังนี้1. เข้าสู่เมนูการตั้งค่า(Settings) > กดปุ่มรูปบ้าน (Home) เพื่อเข้าสู่หน้าหลัก > ใช้ปุ่มทิศทาง เลื่อนไปที่รูปเฟืองมุมขวาบน > กดปุ่ม OK ที่รีโมท 2. เลื่อนลง > เลือกเมนู "เชื่อมต่อรีโมททรูไอดี ทีวี (Pair TrueID TV Remote)" 3. เลือก "เชื่อมต่อรีโมทใหม่ (Unpair and pair again)" > กดปุ่ม OK 4. กดปุ่ม OK และปุ่มเลข 2 ค้างไว้ จนกระทั่งมีไฟสีแดงขึ้นที่รีโมท 5. หลังจากเชื่อมต่อสำเร็จ หน้าจอจะแจ้งว่า "เชื่อมต่อแล้ว (Connected)" 6. ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ว่ารีโมททำการเชื่อมต่อแล้วหรือไม่ โดยมีขั้นตอนดังนี้ กลับไปหน้าการตั้งค่า (Settings) > เลื่อนลงไปด้านล่างที่หัวข้อ "รีโมทและอุปกรณ์เสริม (Remote & Accessories)" > จะพบชื่อ "OMNI REMOTES" แสดงสถานะว่าเชื่อมต่อแล้ว (Connected) หากรีโมทกล่องทรูไอดี ทีวี ค้างหรือใช้งานไม่ได้ ดูวิธีแก้ปัญหา คลิก หากบทความนี้เป็นประโยชน์ คลิก “ใช่” หรือ หากควรปรับปรุงบทความนี้ คลิก “ไม่” ระบบจะนำท่านสู่การช่วยเหลือเพิ่มเติมค่ะ

วิธีสมัครทรูไอดีง่ายๆ เพียง 2 ขั้นตอน บนแอปพลิเคชันทรูไอดี

01 มี.ค. 2566 - วิธีสมัครทรูไอดีง่ายๆ เพียง 2 ขั้นตอน บนแอปพลิเคชันทรูไอดี ไม่พลาดทุกความบันเทิง ทั้งซีรีส์ หนัง กีฬา และกิจกรรมแจกของรางวัลมากมาย!! ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TrueID คลิกเลย!! ไม่ว่าจะ iOS หรือ Android ขั้นตอนง่ายๆ เข้าไปที่แอปพลิเคชันทรูไอดี แล้วกดที่รูปโปรไฟล์เพื่อสร้างบัญชีทรูไอดี กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ต้องการสมัครทรูไอดี และกดถัดไป กรอกรหัสผ่านชั่วคราว (OTP) ที่ได้รับจากทาง SMS และ กดปุ่มทำรายการต่อ เมื่อสมัครสำเร็จ หน้าจอจะขึ้นว่าบัญชีทรูไอดีของคุณพร้อมใช้งานแล้ว ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรูไอดี ได้ที่ help.trueid.net หากบทความนี้เป็นประโยชน์ คลิก “ใช่” หรือ หากควรปรับปรุงบทความนี้ คลิก “ไม่” ระบบจะนำท่านสู่การช่วยเหลือเพิ่มเติมค่ะ

วิธีเปลี่ยนเสียงพากย์บนทรูไอดีแอปพลิเคชันและกล่องทรูไอดี ทีวี

21 ต.ค. 2565 - วิธีเปลี่ยนเสียงพากย์บนทรูไอดีแอปพลิเคชันและกล่องทรูไอดี ทีวี แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (TrueID Application) 1.เปิดแอปพลิเคชัน TrueID >> ล็อกอิน >> เลือกรายการที่ต้องการรับชม 2.กดที่ภาพรายการ 3.กดที่สัญญลักษณ์รูปฟันเฟือง "ตั้งค่า" 4.เลือก Audio (เสียง) >> ไทย *สามารถปรับเลือกเสียงพากย์ได้ (ปรับได้เฉพาะภาพยนตร์ที่มี 2 ภาษา) กล่องทรูไอดี ทีวี (TrueID TV Box) 1. เลือกไปที่ช่องรับชม >>กดปุ่ม OK ที่รีโมท จากนั้นบนจอภาพจะขึ้นแถบด้านล่าง 2. กดที่สัญลักษณ์ 💬 บริเวณมุมขวาล่าง *สามารถปรับเลือกเสียงพากย์ได้ (ปรับได้เฉพาะภาพยนตร์ที่มี 2 ภาษา) หากบทความนี้เป็นประโยชน์ คลิก “ใช่” หรือ หากควรปรับปรุงบทความนี้ คลิก “ไม่” ระบบจะนำท่านสู่การช่วยเหลือเพิ่มเติมโดยเจ้าหน้าที่ทรูไอดีค่ะ